งานเเต่งงาน

ของชำร่วยงานแต่งสุดชิค เพียงแค่คิดในมุมมองใหม่

             เมื่อพูดถึงงานแต่งงานแล้วหลาย ๆ คนคงให้ความสำคัญกับการตระเตรียมชุดแต่งงานของเจ้าบ่าวเจ้าสาวเป็นหลัก ในความเป็นจริงแล้วชุดแต่งงานเป็นเพียงแค่องค์ประกอบเดียวเท่านั้น มีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่คู่บ่าวสาวต้องจัดการ ไม่ว่าจะเป็นการ์ดแต่งงาน สถานที่จัดเลี้ยง การถ่ายรูปแต่งงาน อาหาร เครื่องดื่มภายในงานเลี้ยง การดูแลญาติผู้ใหญ่ หรือเพื่อนที่จะมาร่วมงาน และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือการจัดเตรียมของชำร่วยงานแต่งให้เหมาะสมและเพียงพอกับคนที่มาร่วมกัน ทุกองค์ประกอบล้วนเป็นสิ่งที่มีความสำคัญด้วยกันทั้งหมด โดยเฉพาะสิ่งที่มักจะเป็นปัญหาหลักสำหรับคู่บ่าวสาวก็คือ เรื่องของชำร่วย เพราะของชำร่วยเป็นสิ่งที่เป็นเหมือนคำขอบคุณให้กับผู้มางานทุกคน และยังเป็นสิ่งที่เป็นตัวแทนความรักความผูกพันระหว่างคู่บ่าวสาวอีกด้วย หลาย ๆ คู่เมื่อเกิดปัญหาแล้วมองเห็นของชำร่วยก็ทำให้หวนระลึกถึงความรักที่เคยมีให้แก่กัน และย้อนคิดถึงวันแต่งงานที่สัญญาว่าจะดูแลซึ่งกันและกัน ทำให้คู่แต่งงานส่วนใหญ่มักจะให้ความสำคัญกับการเลือกของชำร่วยงานแต่งเป็นพิเศษ ของชำร่วยงานแต่งงานมีหลากหลายอย่างที่เห็นกันอยู่ทั่ว ๆ ไป เช่น พวกกุญแจ ตะเกียบ ช้อนและส้อม แก้วน้ำ และตุ๊กตาปูนปั้น เป็นต้น สำหรับของชำร่วยในยุคนี้คงต้องมีความสร้างสรรค์มากกว่านั้น นั่นคือของต้องมีความหมาย ไม่ว่าจะเก็บไว้เป็นที่ระลึก หรือนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ก็สามารถทำได้ ของชำร่วยงานแต่งสุดชิคที่จะพูดถึงมีดังต่อไปนี้ เมล็ดพันธุ์ผัก หลาย ๆ คนคงสงสัยว่าควรนำมาเป็นของชำร่วยจริงหรือ? หากลองคิดถึงคู่แต่งงานที่รักษ์โลกและชื่นชอบความเป็นธรรมชาติ การให้เมล็ดพันธุ์ผักก็เหมือนเป็นการแสดงจุดยืนของคู่บ่าวสาวได้เป็นอย่างดี สำหรับผู้รับแล้วไม่ว่าจะนำไปเก็บ หรือนำไปปลูกก็ล้วนทำให้คิดถึงคู่บ่าวสาวรวมถึงงานแต่งงานได้เป็นอย่างดี และสำหรับบ่าวสาวเองก็คงจะมีความสุขถ้าแขกได้นำของชำร่วยในงานมาร่วมกันปลูก และร่วมกันดูแลเหมือนกับการดูแลความรักของคนทั้งสองคนที่ต้องใช้ทั้งความอดทน และความเข้าใจ   เมล็ดกาแฟ สำหรับคู่บ่าวสาวที่ชื่นชอบกาแฟ การให้เมล็ดกาแฟคงเป็นสิ่งที่แสดงความชัดเจนของคู่ได้มากที่สุด

Read More

3 เทคนิคเขียน resume ฉบับเด็กไม่เก่งภาษา

  ถ้าจะพูดถึง resume แน่นอนว่าหลายคนก็คงจะทราบดีสำหรับการเขียนเพื่อที่จะเตรียมเอาไว้สำหรับการสมัครงาน แต่ปัญหาสำหรับเด็กไทยรุ่นใหม่อย่างเราคือการเขียนแล้วเป็นภาษาอังกฤษ ถ้าหากว่าใครโชคดีมีโอกาสได้เรียนรู้ภาษาอังกฤษเร็วและสามารถที่จะจดจำได้ดีก็คงจะไม่มีปัญหา แต่สำหรับคนที่พื้นฐานภาษาอังกฤษไม่แน่นนั้นบอกเลยว่านี่อาจจะเป็นหายนะสำคัญ เพราะฉะนั้นแล้วเราจึงมีเทคนิคและวิธีง่ายๆที่จะมาคอยช่วยเหลือให้กับเด็กเอารุ่นใหม่ได้สามารถเขียนออกมาได้ด้วยตัวเอง   1.เริ่มจากภาษาไทย ในการเขียน Resume น้ำบอกว่าวิธีที่ง่ายที่สุดคือการเริ่มจากการเขียนภาษาไทยเป็นตัวตั้งต้น เพราะแน่นอนว่าถ้าเป็นประวัติส่วนตัวนั้นเราเองก็จะสามารถเขียนเป็นภาษาไทยได้คล่องกว่าด้วยความที่ตั้งแต่ประถมไปจนถึงมหาลัยเราเองยังต้องฝึกเขียนในส่วนของประวัติส่วนตัวและฝึกเขียนเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกันอยู่บ้าง เพราะฉะนั้นค่อยเริ่มจากภาษาไทยเพื่อที่จะสามารถเก็บข้อมูลส่วนสำคัญของเราที่จะใส่ลงไปเอาไว้ในประวัติเอาไว้ให้หมด หลังจากนั้นค่อยเอาไปแปลในภายหลังเพื่อที่จะได้ตรวจสอบความถูกต้อง 2.ลําดับความสําคัญ สำหรับการเขียน Resume ถ้าหากว่าการเรียงลำดับความสัมพันธ์นั้นไม่ถูกต้อง ก็อาจจะทำให้เกิดความสับสนและแน่นอนว่าประวัติของคุณจะถูกปัดตกไปในทันที เพราะฉะนั้นแล้วแนะนำว่าต้องหาต้นให้เริ่มจากการวางลำดับความสำคัญไร่มาตั้งแต่ข้อมูลส่วนตัวไปจนถึงข้อมูลการศึกษา โดยจะต้องเริ่มจากระดับการศึกษาล่าสุดไปจนถึงระดับมัธยมศึกษา หลังจากนั้นจึงค่อยใส่ในส่วนของความสามารถพิเศษและประสบการณ์ในการทำงานต่างๆ รวมถึงการใช้บุคคลอ้างอิง 3.ตรวจสอบ สุดท้ายสิ่งที่จะทำให้เราป้องกันความผิดพลาดจาก resume ได้ดีที่สุดนั้นก็คือเรื่องของการตรวจสอบหรือตรวจทานสิ่งที่เขียนลงไป โดยถ้าหากเราคิดว่าทำออกมาแล้ว Complete หลังจากนี้ก็ให้กลับมาเช็คอีกทีว่ามีการเขียนอะไรไปบ้างและมีการตรวจสอบด้วยว่าในส่วนของคำกิริยาหรือตัวประโยคต่างๆนั้นมีการพิมพ์ผิดหรือพิมพ์ตกหล่นบ้างหรือไม่ ถ้าเกิดปัญหาเหล่านี้ความหมายและความเข้าใจก็จะเปลี่ยนไปในทันทีดังนั้นจึงจะต้องตรวจสอบให้ดี เพราะฉะนั้นแล้วทั้ง 3 ข้อนี้จะเป็นตัวช่วยให้กับการเขียน Resume ได้แบบที่เบอร์ใหม่หรือเด็กที่ไม่ได้มีพื้นฐานภาษาอังกฤษที่ดีมากนัก ได้รู้จักฝึกฝนและได้เขียนบ่อยๆก็สามารถที่จะทำออกมาได้ดีเช่นกัน แต่อาจจะต้องมีการหมั่นตรวจสอบให้ดีเพื่อป้องกันความผิดพลาด หรือถ้าหากใครกังวลว่าตัวเองจะไม่สามารถตรวจสอบได้ดีพอเราก็สามารถที่จะพึ่งพากับคนที่มีความถนัดในด้านภาษาอังกฤษให้ช่วยเหลือในส่วนนี้

จิตวิญญาณ

Spiritual เป็นเรื่องที่ยากที่จะเข้าใจ

ในปัจจุบันนี้เรื่องของ Spiritual เป็นเรื่องที่ใครๆก็ไม่ค่อยที่จะคุ้นหูคุ้นตามากเพราะเรื่อง Spiritual ถือว่าเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนอย่างมากที่สุดเลยที่เราเองไม่ควรที่จะมองข้าม หากพูดถึงเรื่องของ Spiritual ก็คงจะหมายถึงจิตวิญญาณแล้วจิตวิญญาณคืออะไร ก็คือสิ่งที่เราเองจะต้องคิดให้รอบคอบอยู่เสมอก่อนเพราะว่าหากเราไม่มีสติไม่รู้จักคิดอยู่เสมออันนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่แย่อย่างมากที่สุดเลยทีเดียว                 ทุกๆอย่างนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่เราเองไม่ควรที่จะมองข้ามเลยเราควรที่จะให้ความสนใจในเรื่องของ Spiritual จะดีที่สุดเพราะว่าจิตนั้นสามารถที่จะสั่งให้เรานั้นทำอะไรก็ได้ สั่งให้เราทำในเรื่องที่ดีหรือสั่งให้เราทำในเรื่องที่ไม่ดีก็ทำได้เช่นกัน ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นจึงถือว่าเป็นเรื่องที่เราเองไม่ควรที่จะมองข้ามผ่านเลย                 เรื่องของ Spiritual คือจิตวิญญาณที่ทุกคนมีอยู่ในตัวแต่ก็ขึ้นอยู่กับว่าเราจะตามจิตของเราทำในสิ่งที่ไม่ดีหรือตามจิตของเราทำแต่สิ่งที่ดีๆ ทุกอย่างเราสามารถที่จะเลือกทำได้ด้วยกันทั้งนั้น อย่างจิตถ้าสั่งให้เรายุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดเราจะทำไหมหากคนที่ไม่มีสติแน่นอนว่าจะหลงระเริงตาม Spiritual ของตนเองไปแล้วเกิดกระแสลบแก่ตนเองไปเลย ทุกๆอย่างในเรื่องนี้นั้นเป็นเรื่องที่ยากที่จะอธิบายเลย คือมันเป็นการอธิบายยากจะว่าไปแล้วเกี่ยวกับทัศนคติหรือเปล่านั้นก็แล้วแต่เราเลย อยู่ที่ตนเองว่ายากที่จะมีการผิดพลาดหรือไม่ผิดพลาดอย่างไร                 หาก Spiritual สั่งให้เรายุ่งกับยาเสพติดซึ่งไม่ดี เชื่อว่าอาจจะมีการสองจิตสองใจเกิดขึ้นนั่นคือบททดสอบในตัวเราแหละว่าเราจะมีความคิดหรือมีสติอยู่หรือเปล่าหากเรานั้นมีสติที่มากพอก็เป็นเรื่องที่ดีอย่างมากเลยที่จะทำให้เรานั้นไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดได้ถือว่าเราชนะจิตของตนเองที่จะนำพาเราไปสู่ความหายนะได้                 เรื่องนี้นั้นพูดง่ายๆเลยมันต้องใช้สมองและใช้ความคิดให้มากๆเลย เพราะคนเราหากเรามีสติก็จะทำให้ทุกอย่างนั้นไม่สามารถที่จะเข้ามาทำให้เราต้องเขวหรือหลงไปในทางที่ผิดก็เป็นได้อีกด้วย ทุกสิ่งทุกอย่างจึงเป็นเรื่องที่เราเองไม่ควรที่จะมองข้ามอย่างยิ่งด้วย แล้วหากจิตสั่งให้ไปทำอะไรที่ไม่ดีนั้นเราใช้สติสู้ก็ทำให้เราประสบความสำเร็จได้ด้วย

Spiritual

Spiritual ที่เราต้องมองมุมกลับให้ดีขึ้น

 เรื่องของจิตวิญญาณนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากที่สุดเลยเพราะว่ายากที่จะเข้าใจกับมัน Spiritual คืออะไรก็คือจิตวิญญาณหรือทัศนคติต่างๆที่ออกมาจากความรู้สึกนึกคิดของเรา ทุกคนนั้นก็ต้องมี Spiritual ในตัวเองด้วยกันทั้งนั้นอยู่ที่ว่าตัวเราเองจะมองมุมไหนแนวไหนมากที่สุด การที่เรามอง Spiritual ว่าเป็นจิตวิญญาณนั้นก็ใช่ การมองในเรื่องทัศนคตินั้นก็ใช่คือทุกอย่างนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญที่เรานั้นไม่ควรที่จะมองข้ามเลย เราต้องมองในสิ่งที่เรารู้สึกอย่างเช่นจิตวิญญาณเราบอกให้ทำในเรื่องที่ไม่ดีเราก็ควรมองมุมกลับว่าถ้าเราทำแบบนั้นไปแล้วมันจะมีอะไรที่ดีขึ้นบ้างหรือจะทำให้เรานั้นเกิดความเดือดร้อน อันนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งเลยที่สำคัญอย่างมากที่สุดเพราะ Spiritual นั้นขึ้นอยู่กับบุคคลที่มีความรู้สึกนึกคิดที่อ่อนแอ หรือมีความกังวลหรือมีความทุกข์จากเรื่องอื่นๆเลยทำให้ทัศนคติที่มีนั้นต้องติดลบลงไปกว่าเดิมอีกด้วย ในหลายๆเรื่องราวนั้นเป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อนอย่างมากที่สุด เราควรที่จะมองทัศนคติในเรื่องที่บวกเพื่อที่ว่าการที่เรามองทัศนคติในเรื่องบวกก็จะทำให้เรานั้นมีชีวิตที่ดีและก็มีความสุขมากขึ้นไปอีกด้วย ส่วนถ้าหากเรามี Spiritual แต่เราไม่มีสติสิ่งเหล่านี้ก็สามารถที่จะจูงเราไปหลงผิดได้ไม่ยาก ทุกๆอย่างนั้นเป็นเรื่องที่เราก็ต้องควรที่จะให้ความสนใจในเรื่องนี้ด้วย อย่างในเรื่องที่ดีนั้นจิตจะสั่งให้เราทำแต่เรื่องดีๆแต่หากเมื่อไหร่ที่เราเกิดความเครียดหรืออ่อนแอร่างกายมีความท้อแท้ขึ้นมาอันนี้ Spiritual จะสั่งการให้จิตเราลังเล คิดวนไปวนมาหรือสั่งให้เราทำในสิ่งนั้นๆก็เป็นได้ สิ่งนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างมากที่สุดเลยเราเองก็ควรที่จะให้ความสนใจกับเรื่องของ Spiritual ถึงจะดีที่สุด ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่เราเองก็ไม่ควรที่จะมองข้ามเราก็ควรที่จะให้ความสนใจและใส่ใจกับสิ่งต่างๆที่เราจะทำให้ดีเพื่อที่ไม่ให้เกิดอะไรที่ไม่ดีตามมาด้วย เรื่อง Spiritual ถือว่าเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนอย่างเห็นได้ชัดเลย ทุกๆเรื่องราวนั้นจึงเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจมากๆเลยเพราะความรู้สึกนึกคิดหรือทัศนคติของคนนั้นมีความแตกต่างกันอีกด้วย

Spiritual

Spiritual ที่ใครๆก็มี

การมี Spiritual ที่ดี ไม่ใช่แค่การป้องกัน body ให้มีสุขภาพดี แต่ยังรวมถึงทัศนคติที่เรามีต่อตัวเองอีกด้วย เรื่องของ Spiritual เป็นเรื่องเกี่ยวกับจิตวิญญาณในตนเองเพราะว่าอย่างเราอยากที่จะทำอะไรก็ตามในสิ่งที่ดีหรือไม่ดีในบางครั้งก็จะขึ้นอยู่กับ Spiritual หรือจิตวิญญาณของเราเองอีกด้วย ทุกๆอย่างนั้นเป็นเรื่องที่เราเองก็ควรที่จะต้องระวังด้วย ต้องระวังเพื่อไม่ให้เกิดเรื่องราวต่างๆทุกๆอย่างนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่จำเป็นและสำคัญอย่างมากที่สุดเลยที่เราเองไม่ควรที่จะมองข้าม การที่เรามีจิตวิญญาณที่ดีนั้นหรือสุขภาพจิตที่ดีก็จะทำให้เรานั้นจะทำอะไรไม่ต้องกังวลหรือต้องเจอกับเรื่องต่างๆที่ไม่ดีอีกด้วย เรื่องของ Spiritual ก็เป็นเรื่องหนึ่งที่พูดยากหากยกตัวอย่างในเรื่องของจิตวิญญาณที่เกิดขึ้นในตัวเองอย่างหากเราบอกว่าให้โดดเรียนไม่ต้องไปโรงเรียนหรอก ใจหนึ่งก็คิดว่าจะดีหรอ ใจหนึ่งก็คิดว่าโดดๆไปเหอะแบบนี้คือจิตกำลังคิดแล้วแหละว่าจะทำสิ่งนี้แล้วดีหรือไม่อย่างไร ทุกๆอย่างนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่เราเองไม่ควรที่จะมองข้ามเลย เราควรที่จะให้ความสนใจและใส่ใจในเรื่องของจิตวิญญาณในตัวเราเองถึงจะเป็นเรื่องที่ดีอย่างมากที่สุด ในหลายๆเรื่องราวนั้นหากเราอยากที่จะเป็นคนที่เก่งเราก็ต้องมีการฝึกจิตให้ดีมากขึ้น ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่เราเองไม่ควรที่จะมองข้ามเลย เรื่องของจิตใจนั้นก็ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญหากเรามีจิตใจที่อ่อนแอแน่นอนว่าจิตของเราจะอ่อนแอลงตามไปด้วย แล้วก็จะเกิดการสั่งการต่างๆที่มากมายในเรื่องของ Spiritual นั้นมีความละเอียดอ่อนอย่างมากที่สุดเลยด้วย ทุกๆอย่างนั้นเป็นสิ่งที่เราเองก็ควรที่จะให้ความสำคัญเป็นอย่างดี หากเรามีจิตที่นิ่งแล้วนั้นก็จะทำให้เรานั้นมีสมาธิที่ดีและมากขึ้นกว่าเดิม ทุกๆอย่างจึงเป็นเรื่องที่ดีและสำคัญอย่างมากเลยที่เราเองก็ไม่ควรที่จะมองข้ามด้วย  Spiritual หรือจิตวิญญาณบางคนก็สามารถที่จะคุ้มคลั่งได้อยู่เสมอดังนั้นเราจะต้องเป็นคนที่มีความสุขและมีสติอยู่เสมอเพื่อให้ Spiritualมีความแข็งแรงไม่ต้องอ่อนไหวง่ายอีกด้วย